กลับไปหน้าหลัก | HOME  
 
โดย...พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.๙, Ph.D.)

(รอภาพ)



 


เวฬุวนาราม

     เวฬุนาราม วัดป่าไผ่ล้อม หรือวัดไผ่ล้อม เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่เชิงภูเขาเวภารบรรพต ด้านใต้จรดตโปธาราม วัดธารน้ำร้อน ซึ่งมีแม่น้ำสรัสสวดีไหลผ่านขั้น อยู่ห่างจากประตูเมืองด้านเหนือไปประมาณ ๒๕ เส้น เป็นสถานที่แห่งหนึ่ง ที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์ว่า เป็นสถานที่น่ารื่นรมย์ ปัจจุบันยังมีซากมูลคันธกุฏิที่ประทับของพระบรมศาสดา ซึ่งอยู่ทางด้านใต้สุดของตัววัด และมีสระใหญ่ชื่อว่า กลันทดนีวาปะ สระที่ให้เหยื่อกระแต ตั้งอยู่ตรงกลางทางด้านเหนือของมูลคันธกุฏี

     เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ ท่านพระเดชพระคุณท่านอาจารย์พระสุเมธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ สภานายกมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กรรมการมหาเถรสมาคมและที่ปรึกษาเจ้าคณะกทม. ปัจจุบัน ในสมัยที่ท่านพระเดชพระคุณยังดำรงตำแหน่งฐานันดรศักดิ์ที่พระเทพวิสุทธิโมลี เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาประเทศอินเดียในสมัยนั้น ได้หวนรำลึกถึงความสำคัญต่างๆที่เกิดขึ้น ๗วัด เวฬุวันกลับทกนิวาปะนี้ เป็นต้นว่า

     ๑. เป็นวัดแห่งแรกที่เกิดขึ้นในพระพุทธศาสนา
     ๒. ท่านพระอัครสาวกซ้าย – ขวา พระโมคคัลลานะ – พระสารีบุตร พร้อมด้วยศิษย์ ๒๕๐ ท่าน ได้บรรพชาและอุปสมบท เป็นกลุ่มแรก ณ ที่วัดนี้
     ๓. เป็นสถานที่ประชุมสงฆ์ครั้งใหญ่และครั้งสำคัญที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต ประกอบด้วยองค์สงฆ์ ๔ คือ
พระภิกษุสงฆ์ ๑,๒๕๐ องค์ มาประชุมกันมิได้นัดหมาย
พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา และ วันนั้นเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ มาฆฤกษ์

     ท่านเจ้าคุณอาจารย์ได้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้าจึงให้พระนักศึกษาชาวนาลันทา ซึ่งมีพระราชรัตนโมลี (ดร.พระมหานคร เขมปาลี) และพระอาจารย์วิเวกนันท ช่วยติดต่อรัฐบาลอินเดียจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงชักชวนอุบาสกอุบาสิกาสร้างศาลาเวฬุวันน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของมูลคันธกุฏี ซึ่งห่างจากสระกลันทกนิวาปะ สระที่ให้เหยื่อกระแต ไปประมาณ ๗๕ ก้าว

ตโปธาราม
     ตโปธาราม วัดธารน้ำร้อน ที่ไดชื่ออย่างนั้น “เพราะที่บริเวณหน้าวัดมีห้วงน้ำใหญ่เกิดแต่แม่น้ำร้อนไหลผ่านขึ้นมา” ตั้งอยู่ที่เชิงเขาเวภารบรรพตด้านตะวันออก ซึ่งอยู่ติดกับวัดเวฬุวัน โดยมีแม่น้ำสรัสสวดีสายเล็กๆ ขึ้นอยู่
เป็นวัดแห่งหนึ่ง ที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์ว่า เป็นวัดที่น่ารื่นรมย์ และวัดนี้แหละที่เป็นต้นเหตุให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัตสิกขาบทว่า ๑๕ วัน จึงจะอาบน้ำ (ที่นี่) ได้หนึ่งครั้ง
ปัจจุบันบริเวณหน้าวัดนี้ มีแต่วัดศิวะสร้างระเกะระกะอยู่ตรงกลาง ส่วนด้านรอบข้าง ทำเป็นท่อและบ่อน้ำร้อน จัดไว้บริการสำหรับผู้ที่ประสงค์จะอาบและดื่ม ส่วนบริเวณวัดและกุฏิที่อยู่อาศัยของเดิมไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน เพราะที่วัดเดิมทั้งหมดได้ถูกเขาจัดเป็นสถานที่พักและสที่ท่องเที่ยวไปหมด

สัตตบรรณคูหา
     สัตตบรรณคูหา วัดถ้ำ ๗ถ้ำหรือวัดถ้ำ ๗ใบ ตั้งอยู่บนหน้าผาด้านทิศเหนือแห่งยอดภูเขาเวภารบรรพต
เป็นวัดแห่งหนึ่ง ที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์ว่า เป็นสถานที่น่ารื่นรมย์และหลังจากพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วได้ ๔ เดือน พระอริยสงฆ์จำนวน ๕๐๐ องค์ ซึ่งมีพระมหากัสสปเป็นประธาน ได้เลือกและพาหันมาทำสังคายนา พระธรรมวินัย ๗ ที่สถานแห่งนี้เป็นเวลา ๗ เดือนจึงเสร็จ และในการทำสังคายนาครั้งนี้ พระเจ้าอชาตศัตรูรับเป็นผู้อุปถัมภ์
เป็นที่น่าเสียดาย ปัจจุบันเหลือเพียง ๔ ถ้ำ เพราะเมื่อพ.ศ ๒๕๗๕ ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ถ้ำอีก ๓ ถ้ำจงพังทลายลงเพราะแรงสั่นสะเทือน และเป็นที่น่าอนุโมทนา เมื่อปีฉลอง ๒๕ พุทธสตวัสส ทางรัฐบาลซึ่งมีเยาวหราล เนห์รูเป็นประธานได้จัดการทำถนนอย่างดีตั้งแต่วัดตโปธารามผ่านถ้ำปิปผลิ ที่ท่านพระมหากัสสปเคยอยู่จนถึงถ้ำ ๔ ถ้ำ

กัสสปาราม
วัดกัสสปาราม ที่ได้ชื่ออย่างนั้น เพราะท่านกัสสปะเศรษฐี ได้สร้างถวายพระภิกษุสงฆ์ซึ่งมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน ตั้งอยู่ที่เชิงเขาด้านเหนือ ของภูเขาเวภาบรรพต เมื่อเรามองขึ้นไปจากวัดนี้ สามารถมองเห็นถ้ำที่ตั้งของถ้ำสัตตบรรณได้และวันนี้อยู่ไม่ไกลกับวัดเวฬุวัน อยู่ติดไปทางด้านตะวันตก
และครั้งหนึ่งพระพุทธองค์ได้เคยเสด็จมาเยี่ยมพระอัสสชิซึ่งกำลังอาพาธ พักรักษาตัวที่วัดนี้

สีตะวัน
สีตะวัน วัดป่าพญาเย็น ตั้งอยู่ในด้านตัวเมืองบริเวณด้านตะวันออกของภูเขาเวภารบรรพตจรดถึง เงื้อมผาสัปปโสณิก
ขณะที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณสถานที่นี้ ท่านอาถบิณฑกเศรษฐี มาทำธุระกิจพักอยู่ที่บ้านท่านราชคฤห์เศรษฐี เมื่อทราบข่าวว่าพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นแล้วในโลก จึงขออนุญาต ท่านราชคฤห์เศรษฐีไปเฝ้าพระพุทธองค์ ครั้นได้ฟังพระธรรมเทศนา ที่ชื่อว่าอนุปุพพิกถาจบ ท่านได้บรรลุโสดาปัตติผล เป็นพระอริยบุคคลชั้นพระโสดาบัน และพร้อมกันนั้น ได้กราบทูลอาราธนาพระบรมศาสดาไปโปรดเวเนยยชน ณ เมืองสาวัตถี

สัปปโสณทิตปัพภาร

     สัปปโสณฑิกปัพภาร วัดเงื้อมผาพญางูแผ่พังพาน ตั้งอยู่ใกล้กับวัดป่าพญาเย็นด้านใต้ ณ เชิงภูเขาเวภารบรรพต พระพุทธทรงตรัสกับพระอานนท์ว่า เป็นสถานที่น่าอยู่น่ารื่นรมณ์แห่งหนึ่งในกรุงราชคฤห์ ภายใต้เงื้อมผาแห่งนี้มีถ้ำอยู่สองถ้ำตั้งอยู่ติดดิน ถ้ำลูกด้านเหนือหลังคาพังทลาย และภายในถ้ำมีรูปแกะสลักพระเชนติดอยู่กับฝาผนังถ้ำ ๔ องค์ ส่วนถ้ำลูกด้านใต้มีลักษณะที่สมบูรณ์ มีประตูเข้าออก ๑ ประตู และมีช่องหน้าต่างเล็กอยู่ ๑ ช่อง ส่วนภายในเป็นห้องโถงขนาดปานกลาง และที่ฝาผนังด้านในถ้ำ มีคำจารึกเป็นตัวอักษรโบราณ จารึกเป็นปริศนาไว้ใกล้ ๆ บานประตู เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลถ้ำ อธิบายให้ฟังว่า ถ้าใครอ่านออกและตีปริศนานี้ได้ ประตูถ้ำด้านในจะเปิดออกโดยอัตโนมัติ และทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ที่มีอยู่ในถ้ำทั้งหมดต้องเป็นของผู้นั้น เพราะฉะนั้นเงื้อมผาสัปปโสณฑิกะ ในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันจึงกลาย “ไปเป็นชื่อโสณภัณฑาคาร “ ติดป้ายตระหง่านไว้หน้าถ้ำ

อัมพลัฎฐิกา
     อัมพลัฎฐิกา วัดสวนมะม่วงร่มสาว เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของผู้ที่ต้องการความสงบ ตั้งอยู่ไม่ห่างวัดเวฬุวัน มีเรือนที่พักและอยู่อาศัยสบาย (ปราสาท) ท่านพระราหุล สมัยเป็นสามเณรได้เคยมาพักอาศัย เพื่อปฎิบัติธรรม และวันหนึ่งพระพุทธองค์หลังจากออกจากผลสมาบัติแล้ว ได้เสด็จออกจากวัดเวฬุวันมายังสถานที่นี้เพื่อเยี่ยมสามเณรราหุล และได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาที่ชื่อว่า จูฬราหุโลวาทสูตร โปรดแด่พระราหุลฯ

      พระอรรถกถาจารย์ ท่านกล่าวว่าเป็นเพียงสำนักปฏิบัติธรรมสาขาของวัดเวฬุวัน และเพื่อให้ครบวิหาร ๑๘ ตำบล จึงขอสมมุติไว้จนกว่าจะพบสัจจริง

๒ คณะภูเขาคิชฌกูฏ มี ๔ วัด
ชีวกัมพนาราม
โจรปปาต
ทัททกุจฉิทายวัน
คิชฌกูฏ
คนรุ่นหลังจะได้เห็นและได้ศึกษาและเห็นอนิจจตาต่อไป

๒. สีหวที่ทิ้งโจร
More >>

 
Update เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๙
<< HOME | < Previous
2
Next 2 >>
พัฒนาเว็บถวายวัดไทยพุทธคยา-อินเดีย โดย... พระครูธรรมธร ดร.แอ๊ว สุธมฺมปาโล >>> ดูเนื้อความโดยละเอียด