กลับไปหน้าหลัก | HOME
ง. วิทยาลัยชาวพุทธ
ดร. อัมเบคการ์ ผู้ทำการต้อสู้เพื่อเอกราชอินเดีย ร่วมกับมหาตมคานธี เยาวฮาร์ราล เนห์รู เป็นคนชั้นศูทร นักการศึกษา นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและ ทางกฎหมาย ยากที่จะหาผู้เท่าเทียมได้ในอินเดียสมัยนั้น

ดร. อัมเคการ์ ได้ก่อตั้งสิทธัตถวิทยาลัยขึ้นที่เมืองบอมเบย์ ขึ้นกับมหาวิทยาลัยบอมเบย์และสขาสถาบันการศึกษาขึ้นที่เมืองนาคปูร์ แต่ละปีมีนักศึกษาจำนวนเป็นหมื่นๆ เป็นสถาบันของชาวพุทธโดยตรง เพื่อให้พวกคนยากจนชั้นศูทรหรือจัณฑาลได้ศึกษาเล่าเรียน

จ. ส่งเสริมให้มีการศึกษาบาลีในมหาวิทยาลัย
การศึกษาภาษาบาลี การศึกษาประวัติศาสตร์ หรือการศึกษาภาษาศาสตร์ คือการศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนานี้เอง รัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีการศึกษาภาษาบาลี ในมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ทั่วอินเดีย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยกัลกัตตา ในรัฐเวสท์เบงกอล เป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ของอินเดีย มีนักศึกษามากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นจำนวนเรือนแสน วิทยาลัยซึ่งขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยกัลกัตตามีอยู่ ๔๐ แห่ง พอจบปริญญาตรีแล้ว ก็ยังสามารถเข้ามาเรียนต่อในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก ที่ตัวมหาวิทยาลัยกัลกัตตา มีคณะภาษาบาลี (PALI DEPARTMENT) มีการศึกษาบาลีเป็นหลัก มีวิชาอื่นเพิ่มเติมตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ในหลักสูตร

ฉ. สร้างมหาวิทยาลัยมคธ
รัฐบาลนายกฯ เนรูห์ มีความประสงค์ที่จะสร้างมหาวิทยาลัยมคธและสร้างดอกประทุม ณ พุทธคยา เพื่อน้อมเป็นพุทธบูชา มคธเป็นชื่อของรัฐในสมัยพุทธกาล ภาษาที่พูดในรัฐนี้เรียกว่าภาษามคธ หรือภาษาบาลี เมื่อก่อนๆ นั้นไทยเราพูดว่าเรียนภาษามคธ หมายถึงเรียนภาษาบาลี
นายกฯ เนห์รู ได้พบความริเริ่มของตนประสบความสำเร็จ คือมหาวิทยาลัยมคธใกล้กับวัดไทยพุทธคยา ได้ถูกสร้างแล้วก่อนเขาสูญเสียชีวิต เมื่อ ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมา มีการสอนพุทธศาสนาเหมือนมหาวิทยาลัยอื่น

ช. รัฐบาลเนห์รูฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ
เมื่ออายุพระพุทธศาสนาครบ ๒,๕๐๐ ปี รัฐบาลเนห์รูได้ประกอบการฉลองเป็นครั้งใหญ่ ดร. อัมเบคการ์มือขวาของเนห์รูด้านกฏหมาย ได้นำคนยากจนจากวรรณศูทรหรือจัณฑาล ห้าแสนคน เข้าปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธที่รัฐบอมเบย์

ซ. การสร้างพจนานุกรมบาลี – อังกฤษ
(Pali – English dictionary)
นี้เป็นงานชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีเนห์รู ทำเพื่อพระพุทธศาสนาคือการทำพจนานุกรม บาลี – อังกฤษ ขึ้นมาอีก นายกฯ เนรูห์ ได้รับทุนจาก Royal Academic of Letter and Science ของโคเปนฮาเกน เดนมาร์คต ให้ทำพจนานุกรมนี้ขึ้น รัฐบาลได้คัดผู้ชำนาญทางภาษาบาลี – อังกฤษ จาก ๕ ประเทศ ประกอบด้วยประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันนี อินเดียและไทย ลงหนังสือพิมพ์อังกฤษและภาษาท้องถิ่นได้ทราบทั่วอินเดีย และมอบให้มหาวิทยาลัยกัลกัตตาดำเนินการ โดยมีศาสตราจารย์ ดร. วิศวนารถ เบนเนอร์ จี เป็นหัวหน้า

จากเวลาที่ได้ทราบจากหนังสือพิมพ์ ผมก็เข้าพศาสตราจารย์ ดร.วิศวนารถ เบนเนอร์จี ซึ่งได้แจ้งให้ผมทราบว่า “หลังจากท่านเสฐียรโกเศสแล้วยังหาใครไม่ได้ในประเทศไทยเวลานี้ จึงขอมอบให้คุณอนันต์และคุณก็ได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกัลกัตตา ซึ่งจักทำให้ง่ายขึ้นในการประสานงานกันในอนาคต ขอความช่วยเหลือจากท่านเจ้าคุณพระเทพวิสุทธิโมลี (บุญเลิศ ท. คล่องสั่งสอน) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา

การทำงานติดขัดขาดอุปกรณ์สำคัญคือพระไตรปิฎกไทยพร้อมทั้งอรรถกถาและฎีกา โชคดีที่ขณะนั้นได้ทราบว่า สมเด็จพระสังฆราช (สมเด็จป๋า) และคณะจะเดินทางไปอินเดีย จึงได้มีหนังสือถึงสมเด็จพระสังฆราช โดยความช่วยเหลือจากท่านเจ้าคุณพระเทพวิสุทธิโมลี (บุญเลิศ ท. คล่องสั่งสอน) จนเป็นผลสำเร็จและสมเด็จพระสังฆราชถือว่า ท่านเจ้าคุณพระเทพวิสุทธิโมลีได้มีส่วนร่วมในการทำพจนานุกรมด้วย
ทรงมอบพระไตรปิฎก

ในการเสด็จครั้งนั้น ได้ทำการต้อนรับที่วัดเบงกอล เมืองกัลกัตตา ภายหัลงจากทรงกล่าวคำปราศรัยจบลงแล้ว สมเด็จพระสังฆราช พระอริยวงศาคตญาณ ก็ทรงมอบพระไตรปิฎกไทย ๔๕ เล่มแต่ศาสตราจารย์ ดร.วิศวนารถ เบนเบอร์จี มหาวิทยาลัยกัลกัตตา
๕. ประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาสร้างวัด
ให้บรรดาประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา ไปสร้างวัดทางพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดียได้ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเขมร ประเทศศรีลังกา ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศจีน ประเทศธิเบต และประเทศไทย

ความคิดริเริ่มก่อนปี ๒๕๐๐ มีพระไทยที่ศึกษาอยู่ในอินเดีย ร่วมกันคิดการสร้างวัดไทยขึ้น ณ พุทธคยา มีนายปุ่น จงประเสริฐ เลาขานุการเอกสถานเอกอัครราชทูตไทย เป็นกำลังฝ่ายฆราวาส ได้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ในการก่อสร้างมีอิฐเป็นต้นไว้ที่พุทธคยา แต่ยังไม่เสร็จเพราะรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีโครงการที่จะสร้างวัดด้วย

รัฐบาลไทยสร้างวัด ผมได้ฟังมาด้วยตนเองว่า ภายหลังจาก ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่อินเดีย เพื่อรับการอุปสมบท ณ วัดไทยพุทธคยาและได้ลาสิกขาแล้ว ก็ได้เดินทางไปยังเมืองกัลกัตตา เพื่อเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น พักอยู่ที่โรงแรม Spencess ผมกับเพื่อนๆ ๓-๔ คนมีนายฟอง สิทธิธรรม อดีต รมต. กระทรวงศึกษาธิการ ขอติดตามไปด้วย

ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม เปิดประตูให้พร้อมพูดว่า “คุณอนันต์ ขออย่าพูดการเมืองกับท่าน สิ่งที่ท่านชอบพูดมากก็คือเรื่องธรรมทางพุทธศาสนา” แล้วต้อนรับคณะพวกเราด้วยความเป็นกันเอง ส่วนคุณจีราวัตร ปันยารชุน ธิดาได้ให้บริการเครืองดื่มแก่พวกเราเป็นอย่างดีเช่นกัน
สักครู่ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็มาสู่ห้องรับแขกทำการสอบถามถึงความสุขทุกข์ระหว่างกันและกันกับนายฟอง สทธิธรรมในราวพักหนึ่ง แล้วผมก็ให้เพื่อนพานายฟอง สิทธิธรรมกลับ พวกเราไม่ถาม แต่ท่านพูดให้ฟังดังนี้

“คุณฟอง สิทธิธรรม เป็นคนดี แต่การบริหารประเทศชาติมีนโยบายไม่แน่นอน วันนี้จะเอาอย่างนี้ พรุ่งนี้จะเอาอย่างนั้น ในสภา คุณฟอง ก็สวดอาการวัฏฏสูตรขับไล่ผมเหมือนขับไล่ผี”

ผมถูกกล่าวหาว่าเผด็จการ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เมื่อได้อธิปไตยแล้ว ก็จะต้องรักษาไว้จนสุดความสามารถในทุกประการ
แต่มีแรงถ่วง ผู้นำระบบประชาธิปไตยกลับไปสู่รูปเดิม ตั้งพรรคการเมือง ขึ้นมาต่อสู้ และตั้งหนังสือพิมพ์ขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงต่อสู้ แต่ก็สู้ผมไม่ได้ การทุจริตหรือการฉ้อราษฎร์บังหลวงนั้น ในสมัยผมได้อนุญาตให้ข้าราชการลาบวชได้ ๓ เดือน เพื่อการศึกษาอย่างน้อยจะได้เรียนเรื่องหิริโอตตัปปะ คือความละอายชั่วและกลัวบาปบ้าง

ด้านการเมืองผมต้องการให้มหาเปรียญสมัครเป็นผู้แทนในสภาให้มากถึงจะมีการโกงการกินอยู่บ้าง ก็ยังมียางอายอยู่บ้าง มิฉะนั้นแล้ว มันเอากันจริงๆ นะ เอาอย่างไม่มีหิริโอตตัปปะหรือไม่มียางอาย
ผมเดินทางมาอุปสมบท ณ วัดไทยพุทธคยาที่ผมได้สร้างไว้ จอมพลสฤษดิ์ ส่งผ้าไตรจีวรมาให้ผม ๒ ไตร ผมใช้ ๑ ไตร แล้วเก็บไว้ให้เขา ๑ ไตร เพื่อเขาจะได้ใช้ในการอุปสมบทหลังจากผม

การสร้างวัดไทยพุทธคยา นายกฯ เนห์รู เขาไม่ชอบผม เขาเอาศีล ๕ หรือปัญจศีลทางพุทธศาสนามาเป็นนโยบายการเมืองของเขา ผมไม่ยอมรับ บอกแต่เพียงว่าไทยเป็นเมืองพุทธ รับศีล ๕ ประจำจากพระอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมารับศีล ๕ จากนายกฯ เนรูห์อีก แต่ที่นายกฯ เนห์รู มีจดหมายถึงผมให้มาสร้างวัดไทยในอินเดีย ผมยอมรับและได้กำหนดสร้างวัดไทยที่พุทธคยา สถานที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
<< First | < Previous 1 | 2 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 Next 4 >> | Last >>
พัฒนาเว็บถวายวัดไทยพุทธคยา-อินเดีย โดย... พระครูธรรมธร ดร.แอ๊ว สุธมฺมปาโล