กลับไปหน้าหลัก | HOME
๓. การฟื้นฟูวัฒนธรรมอินเดีย
เมื่อได้เอกราชแล้ว วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๑๔๙๐ (1947) มหาตมะคานธีประกาศว่า “บัดนี้อินเดียได้ได้เอกราชแล้ว แต่ข้าพเจ้าปกครองท่านไม่ได้ เพราะคลื่นแห่งเยาวชนแห่งชาตินี้ยิ่งใหญ่ดังคลื่นทะเลหลวง ข้าพเจ้าไม่สามารถต้านคลื่นอันยิ่งใหญ่นี้ได้ เยาวฮาร์ราล เนห์รู คือเพชรของอินเดีย เนห์รูจักปกครองท่านได้ จงตามเขาไปเถิด อินเดียจักปลอดภัยภายใต้การนำของเยาวฮาร์ราล เนห์รู”

คำประกาศนี้เป็นเสมือนหนึ่ง มหาตมคานธีในนามของชาวอินเดียทั้งชาติ แต่งตั้งนายเยวฮาร์ราล เนห์รู เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นเยาวฮารณ์ราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคคองเกรสส์แห่งชาติอินเดียได้จัดการก่อตั้งพรรครัฐบาลบริหารประเทศ โดยมี ดร. ราเชนทรประสาท ดำรงตำแห่งเป็นประมุขของประเทศอินเดีย

คำว่า “วัฒนธรรม” นั้นจะมีความหมายมากน้อยเพียงใดก็ตาม ขอจำกัดความลงในหลัก ๔ ประการดังต่อไปนี้
๑. วัตถุธี สิ่งแวดล้อมโบราณวัตถุ โบราณสถาน ปูชนียสถาน สถาปัตยกรรมและการก่อสร้างสิ่งสวยงามใหม่ รวมทั้งเคหะสถานตามรูแปบบที่สวยงาม

๒. คติธรรม การพัฒนา เริ่มพัฒนาชนบทให้เจริญทัดเทียมกับเมืองใหญ่หรือเมืองหลวง เพื่อให้ประชาชนอยู่ดี กินดี มีงานทำ ขยายสถาบันการศึกษา และมหาวิทยาลัย การสาธารณสุข การคมนาคม โรงงานอุตสาหกรรม ทุกหมู่บ้าน และตำบล จะจัดให้มีถนนลาดยาง ตั้งตลาดเพื่อให้ประชาชนทำการค้าขายและมีรายได้

๓. เนติธรรม กฎหมายที่ไม่ทันสมัยก็มีการปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัยทันเหตุการณ์ รวมทั้งการสร้างรัฐธรรมนูญของประเทศอินเดียด้วย

๔. สหธรรม สร้างประชาชนที่มากด้วยลัทธิศาสนา มากด้วยภาษาและด้วยอักษรแตกต่างกัน รัฐบาลได้ทำให้ทุกๆ คนเกิดความคิดว่า “พวกเขาคือประชาชนแห่งชาติอินเดีย อยู่ร่วมกันอย่างมิตรร่วมชาติ”
๔. ประเทศอินเดียส่งเสริมพระพุทธศาสนา
นายกฯ เนร์รู เคยกลก่าวไว้ในปาฐกถาของเขาครั้งหนึ่งว่า “หากอินเดียลืมพระพุทธเจ้าและภควคีตา อินเดียก็จะสูญสิ้นความเป็นอินเดีย – If India forget Buddha and Bhagavaggita, India will cease to exist” ที่ยกมากล่าวนี้ ชี้ชัดว่า “พระพุทธเจ้าคืออภิชาติบุตรของอินเดีย และคลังมหาสมบัติของอินเดีย” ทั้งนี้ก็เพราะว่าพระพุทธเจ้าพระองค์เดียว ทำให้ประเทศอินเดีย ได้เงินตราต่างประเทศเข้าประเทศปีละหลาย ๆ หมื่นล้านรูปี จากชาวพุทธทั่วโลกเดินทางไปนมัสการสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน ดังนั้น รัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของนายกเนห์รู จึงทำการส่งเสริมพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย โดยย่อดังนี้

ก. ส่งเสริมพุทธสถาน
ปูชนียวัตถุและโบราณวัตถุสถานทางพุทธศาสนาทั่วทุกแห่งในอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังเวชนียสถานทั้ง ๔ รัฐบาลได้ให้การบูรณะดูแลเป็นอย่างดี เช่น สารนารถหรือสวนกวาง แขวงเมืองพาราณสี สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกและครั้งแรก รัฐบาลได้สร้างสวนกวางที่ใหญ่ แล้วนำกวางมาเลี้ยงไว้ในสวนเพื่อให้เกิดความรำลึกนึกถึงสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จไปทรงแสดงปฐมเทศนา ณ กลางป่าที่เรียกว่า “อิสิปตนมฤคทายวัน”

ข. ส่งเสริมการศึกษาทางพุทธศาสนา
นาลันทาหรือมหาวิทยาลัยนาลันทาในโบราณ ศึกษาพุทธศาสนาหรือภาษาบาลี แต่ถูกมุสลิมเผาพลาญวอดวาย และเผาพระสงฆ์ตายแทบทั้งวัด รัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของนายก ฯ เนห์รู ได้ให้ความอุปถัมภ์ สถาบันการศึกษานาลันทา สอนภาษาบาลีและพุทธศาสนา ยกระดับขึ้นสูงเท่าเทียมกับมหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาสามารถทำปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตได้ แต่เวลานี้ได้ประกาศตั้งเป็น มหาวิทยาลัยนาลันทา สอนภาษาบาลีและพุทธศาสนาโดยตรง

ค. ตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐ
วิทยาลัยสันสกฤตเมืองกัลกัตตา ที่สอนภาษาสันสกฤต ภาษาบาลีและประวัติศาสตร์โบราณอินเดีย ให้มาเป็นของรัฐบาล เวลานี้ได้เป็น มหาวิทยาลัยสันสกฤต เป็นที่เรียบร้อย

More >>
<< First | < Previous 1 | 3| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 Next 3 >> | Last >>
พัฒนาเว็บถวายวัดไทยพุทธคยา-อินเดีย โดย... พระครูธรรมธร ดร.แอ๊ว สุธมฺมปาโล