กลับไปหน้าหลัก | HOME  
หน้า ๑๐ | Page 10
กรุงราชคฤห์

เสด็จกรุงราชคฤห์

เมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่บนยอดภูเขาคยาสีสะตามพระราชอัธยสัย ทรงพระอนุสรณ์ถึงคำปฏิญญาณที่ทรงให้ไว้แก่พระเจ้าพิมพิสารแต่กาลก่อนพระปรมาภิสัมโพธิญาณ ณ เชิงภูเขาบัณฑะวะ จึงพร้อมด้วยพระอริยสงฆ์หมู่ใหญ่ ๑,๐๐๐ องค์ เหล่านั้น เสด็จจาริกไปตามลำดับ ถึงกรุงราชคฤห์ ทรงประทับ ณ ต้นไทร ชื่อ สุประดิษฐเจดีย์ เขตพระราชอุทยานลัฏฐิวัน
กิตติศัพท์อันงามของพระองค์ ได้ขจรไปทั่วพระนครราชคฤห์ว่า พระสมณโคดม พระโอรสแห่งศากยราช ละฆราวาสสมบัติ เสด็จออกบรรพชา

บัดนี้เสด็จมาถึงกรุงราชคฤห์ประทับอยู่ ณ สุประดิษฐ์เจดีย์ เขตพระราชอุทยานลัฏฐิวัน พระองค์เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้แล้วโดยพระองค์เองโดยชอบ เพียบพร้อมทั้งความรู้ และความประพฤติปฏิบัติ ฯลฯ เป็นสารถีฝึกบุรุษ ไม่มีผู้อื่นที่จะยิ่งกว่า ฯลฯ ทรงแสดงพระธรรมสอนประชาชน ไพเราะจับใจในเบื้องต้น ท่ามกลาง ตลอดกระทั่งจบ ทรงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถะทั้งพยัญชนะ บริสุทธิบริบูรณ์สิ้นเชิง การได้เห็นพระอรหันต์ทั้งหลายเช่นนั้นเป็นความดี
พระเจ้าพิมพิสาร ครั้นได้ทรงสดับข่าวการอันมงคลเช่นนั้น จึงพร้อมด้วยพราหมณ์คหบดี ๑๒๐,๐๐๐ (๑๒ นหุต) เป็นราชบริวาร เสด็จไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นถึง จึงถวายบังคมพระบรมศาสดาแล้วทรงนิสัชนาการ ณ สถานที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

ส่วนพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหมดที่ตามเสด็จมา ต่างมีอาการกายวาจาแตกต่างกัน บางพวกถวายบังคมแล้วนั่งอยู่ บางหมู่เป็นแต่เพียงกล่าวสัมโมทนียกถาปราศรัย บางพวกเพียงได้แต่ประณมมือ บางพวกเพียงร้องประกาศชื่อและโคตรของตน บางพวกไม่สนใจได้แต่นั่งนิ่งไม่แสดงกิริยาวาจาอย่างใด เพราะความปริวิตกแห่งใจเกิดขึ้นแก่คนทั้งหลายเหล่านั้นว่า พระมหาสมณะประพฤติพรหมจรรย์ในท่านอุรุเวลกัสสปะ หรือว่าท่านอุรุเวละ ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า ใครเป็นศิษย์ ใครเป็นอาจารย์ใครหนอ พอพระองค์ทรงทราบความปริวิตกแห่งใจของคนเหล่านั้นพลันตรัสถามอุรุเวลกัสสปะด้วยพุทธนิพนธ์คาถา ถอดเป็นภาษาไทยได้ความว่า

พระพุทธองค์
ท่านผู้อยู่ในอุรุเวลามาช้านาน
เคยเป็นอาจารย์สั่งสอนฤาษีมีกายผอม
เห็นเหตุอะไร ท่านจึงยอมเลิกบูชาไฟ
ดูกรกัสสปะ เราถามเนื้อความนี้กะท่าน
เพราะเหตุอะไรกัน ท่านจึงเลิกบูชาเพลิงฯ


อุรุเวลกัสสปะ
ยัญทั้งหลายย่อมกล่าวสรรเสริญรูปเสียง
และรสและสตรีทั้งหมดว่าเป็นสิ่งน่าปรารถนา
ข้าพระองค์เห็นว่าเป็นมลทินในการยึดถือนา
เพราะเหตุฉะนั้นจึงขอเลิกลาบูชาเพลิงฯ

พระพุทธองค์
เมื่อท่านไม่ยินดีแล้วในอารมณ์น่าปรารถนา
คือรูปเสียงรสและเหล่าสตรีดังกล่าวมา
อยากทราบว่าขณะนี้ใจของท่านยินดีในสิ่งใด
ในเทวโลกหรือในมนุสสโลกา
ขอจงช่วยกรุณาบอกแก่ฉันด้วยเทอญฯ

อุรุเวลกัสสปะ
เพราะเกล้ากระหม่อมฉันเห็นทางแห่งความสงบ
ไม่ติดอยู่ในภพไม่ประสบความแปรผัน
คนอื่นนั้นให้รู้ไม่ได้เพราะแจ้งแก่ใจตนเอง

เหตุฉะนี้จึงไม่ยินดีการเซ่นและบูชาฯ ครั้นกราบทูลจบ พระอุรุเวลกัสสปะ ลุกจากอาสนะห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ซบเศียรลงที่พระบาทาของพระบรมศาสดา พร้อมกราบทูลว่า “พระพุทธองค์ เป็นบรมครูของเกล้ากระหม่อมฉัน ส่วนข้าพระองค์นั้นเป็นสาวกของพระองค์ พระเจ้าข้า” แล้วเหาะขึ้นสู่เวหา ประมาณชั่วลำตาลหนึ่ง แล้วเหาะกลับลงมากราบบาทยุคล เสร็จแล้วเหาะกลับขึ้นไปใหม่อีกหนสูงสองชั่วลำตาล จนตราบเท่าถึง ๗ ชั่วลำตาล และทุกๆ ครั้งได้เหาะลงมากราบพระบาทพระบรมศาสดาจารย์ สิริรวม ๗ ครั้ง เสร็จนั่งลงในที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

ฝ่ายพราหมณ์และคฤหบดีทั้ง ๑๒๐,๐๐๐ คนนั้น ครั้นได้เห็นปาฏิหาริย์เช่นนั้น จึงมีความคิดเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันว่า ท่านอุรุเวลกัสสปะ ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า และพร้อมกันกล่าวคำสรรเสริญพระคุณของพระบรมศาสดาว่า น่าอัศจรรย์จริง พระพุทธเจ้ามีอานุภาพมาก ทรงทรมานอุรุเวลกัสสปะ ที่สำคัญตนว่าเป็นพระอรหันต์ ให้หมดพยศได้ในครั้งนี้

ครั้นแล้ว พระชินสีห์จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า “ตถาคตจะได้ทรมานอุรุเวลกัสสปะให้หมดพยศร้ายในบัดนี้ก็หาไม่” แล้วตรัสเทศนานัยเรื่องมหานารทชาดกโดยพิศดาร จบแล้วทรงโปรดประทาน อนุปุพพิกถาและจตุราริยสัจจ์ พอจบลงองค์พระมหากษัตริย์พิมพิสารมหาราช พร้อมกับพราหมณ์และคฤหบดี ๑๑ หมื่น ดำรงอยู่ในพระโสดาปัตติผล ส่วนที่ยังเหลืออยู่อีก ๑ หมื่นคนนั้น ตั้งอยู่ในไตรสรณาคมน์ เป็นอุบาสกในบวรพุทธศาสนา
สมเด็จพระบรมบพิตร เมื่อทรงสถิตในพระโสดาปัตติผลแล้ว จึงกราบทูลความสำเร็จแห่งความปรารถนาทั้ง ๕ ประการ ในขณะที่พระองค์ยังเป็นราชกุมาร แด่พระบรมศาสดาจารย์ว่า

ครั้งก่อน เมื่อ ข้าพระองค์ยังเป็นราชกุมาร มีความปรารถนา ๕ ประการตั้งไว้ในในพระทัย คือ
๑) ขอให้ข้าพระองค์ได้รับอภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ในแคว้นมคธรัฐ
๒) ขอให้พระสัพพัญญูผู้ได้ตรัสรู้พระบรมโพธิญาณแล้ว พึงเสด็จมาสู่แคว้นขัณฑสีมาของ ข้าพระองค์ เมื่อได้ทรงอภิเษกแล้ว
๓) ขอให้ข้าพระองค์ได้เข้าไปนั่งใกล้พระบรมศาสดาจารย์
๔) ขอให้พระพิชิตมาร ตรัสพระธรรมเทศนาโปรดแด่กระหม่อมฉัน และ…
๕) ขอให้ข้าพระองค์ได้รู้ทั่วถึงธรรมของพระอรหันต์เจ้าพระองค์นั้น

และบัดนี้ ความประรารถนาของหม่อมฉันก็ได้สำเร็จสมประสงค์พร้อมทั้ง ๕ ประการแล้ว ทรงสรรเสริญพระธรรมเทศนาว่า ภาษิตของพระองค์ช่างแจ่มแจ้งและไพเราะยิ่งนัก พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยมีเนื้อความหลากหลาย และง่ายที่บัณฑิตจะพึงเข้าใจ เหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางให้แก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืดมิดให้สว่าง ด้วยตั้งใจว่า คนที่มีจักษุปกติ จักได้เห็นสรรพสิ่งและรูปารมณ์
แล้วทรงแสดงพระองค์เป็นอุบาสก โดยขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ว่า เป็นสรณะตลอดพระชนม์ชีพจำเดิมแต่นี้ไป แล้วกราบทูลเชิญเสด็จพระบรมศาสดากับทั้งหมู่พระ อริยสงฆ์สาวก เพื่อเสวยภัตตาหารที่พระราชนิเวศน์ในวันรุ่งขึ้น

พระบรมกษัตริย์ ครั้นทรงทราบการรับนิมนต์ของพระผู้มีพระภาคด้วยพระอาการดุษฎีภาพแล้ว เสด็จลุกจากพระอาสน์ถวายอภิวาท แล้วทรงกระทำประทักษิณสิ้น ๓ รอบ แล้วพร้อมด้วยข้าราชบริพาร เสด็จนิวัตนาการคืนสู่พระนคร
ครั้นเสด็จถึงพระราชวังแล้ว ตรัสสั่งเจ้าพนักงานให้ตกแต่งอาหาร ของเคี้ยวของฉันอันประณีต ครั้นรุ่งสว่าง จึงตรัสสั่งให้ราชบุรุษไปกราบทูลเวลาแห่งภัตตาหาร แด่พระบรมศาสดาจารย์

วันนั้นเวลาเช้า ฝูงชนชาวพระนครราชคฤห์ ทั้งที่ได้เห็นแล้วเมื่อวานและยังไม่ได้เห็นพระบรมศาสดา ล้วนมีความปรารถนาจะทัศนาด้วยกันทั้งนั้น จึงชวนกันออกจากพระนครไปยังอุทยานลัฏฐิวันแต่เช้าตรู่ โดยหวังที่จะไปดูพระบรมศาสดา จนมรรคายาว ๓ คาวุต (๑๒ ก.ม.) ยังไม่เพียงพอให้ฝูงมนุษย์เหล่านั้นได้เดินกัน บริเวณอุทยานลัฏฐิวันทั้งสิ้นเต็มตลอดหาที่ว่างมิได้ เพราะชนทั้งหลายเมื่อเล็งแลดูพระบวรรูปอันงามเลิศของพระบรมศาสดาแล้วไม่ยอมเคลื่อนที่ไปไหน เพราะไม่รู้สึกเบื่อตาและรู้สึกอิ่มใจ แม้พระภิกษุเพียงรูปเดียวก็ไม่มีโอกาสเดินออกไปได้

นัยว่า วันนั้นพระบรมศาสดาจะต้องขาดพระกระยาหาร เพราะฝูงมหาชนขวนกันมาทัศนาการพระพุทธสิริวิลาสมิรู้จบสิ้น จึงร้อนถึงอาสน์องค์อมรินทรสักกเทวราช ครั้งพระองค์ทรงอาวัชนาการก็ทรงทราบเหตุ จึงทรงนิรมิตเพศเป็นมาณพน้อย ลงมากล่าวเปล่งสังสักกถาพรรณนาคุณพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ เสด็จลงตรงเบื้องพระพักตร์ของพระบรมศาสดา และด้วยเทวานุภาพที่ก็ว่างลง แล้วเสด็จตรงไปเบื้องหน้า ตรัสคุณของพระบรมศาสดา ด้วยคาถาเหล่านี้
๑. องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค มีพระฉวีโสภาคดุจลิ่มทองสิงคี ทรงฝึกพระองค์ได้และหลุดพ้นด้วยดี จะเสด็จไปบุรีราชคฤห์เวียงชัยกับสงฆ์พันองค์หมู่ใหญ่ ผู้ฝึกตนได้และหลุดพ้นด้วยดี

๒. องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค มีพระฉวีโสภาคดุจลิ่มทองสิงคี ทรงมีความหลุดพ้นและทรงข้ามฝั่งด้วยดี จะเสด็จไปบุรีราชคฤห์เวียงชัยกับสงฆ์พันองค์หมู่ใหญ่ ผู้หลุดพ้นได้และข้ามฝั่งด้วยดี

๓. องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค มีพระฉวีโสภาคดุจลิ่มทองสิงคี ทรงมีพระสันติธรรมและความสงบดี จะเสด็จไปยังบุรีราชคฤห์เวียงชัยกับสงฆ์พันองค์หมู่ใหญ่ ผู้สงบระงับได้เช่นพุทธองค์

๔. พระผู้มีพระภาคทรงมีธรรมเครื่องอยู่มาก ๑๐ อย่าง ทรงมีพลังรู้แจ้งธรรม และกอปรด้วยอเสขธรรมหมวดละ ๑๐ประการ มีพระสงฆ์หนึ่งพันองค์เป็นบริวารเสด็จคมนาการยังราชคฤห์บุรี
ประชาชนได้เห็นท้าวสักกเทวราชผู้แปลงเพศเป็นมาณพน้อยรูปงามสง่า ต่างพากันกล่าวว่า “พ่อมาณพน้อยนี้มีรูปร่างงามยิ่ง ช่างน่าดูน่าชมจริง พ่อมาจากไหน เป็นลูกเต้าเหล่าใครกันหนอ”

เมื่อประชาชนเหล่านั้นพูดจบ ท้าวสักกเทวราชผู้แปลงตนเป็นมาณพน้อย จึงกล่าวถ้อยเป็นพระคาถาว่า
ฉันเป็นผู้รับใช้องค์ศาสดาผู้เป็นปราชญ์
ทรงสามารถฝึกอินทรีย์ได้ในทุกสถาน
เป็นผู้ผ่องใส ไม่มีผู้ใดจะเปรียบปาน
ทั้งเป็นพระอรหันต์ เสด็จไปดีในโลกาฯ


พระบรมศาสดาพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์พันองค์เป็นบริวาร เสด็จพระดำเนินไปยังพระราชนิเวศน์ ตามทางช่องว่างที่ท้าวสักกเทวราชผู้แปลงเพศเป็นมาณพน้อยคอยเป็นมัคคุเทศก์ กระทำไว้จนถึงพระราชนิเวศน์ ครั้งถึงแล้ว ประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ที่เขาจัดถวายไว้ พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์พันองค์เป็นบริวาร

พระเจ้าพิมพิสารทรงอังคาสพระภิกษุสงฆ์ซึ่งมีพระพุทธองค์เป็นประธาน ด้วยขาทนียโภชนียา-หารอันประณีต ด้วยสองพระหัตถ์ของพระองค์ จนพระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยเสร็จ จึงประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง และทรงพระราชดำริถึงสถานที่ที่พระพุทธองค์พึงประทับ จึงทรงพิจารณาเห็นว่า “พระราชอุทยานเวฬุวัน เป็นสถานที่เหมาะสมแด่พระพุทธองค์และพระอริยสงฆ์ทุกประการ เพราะราชอุทยานเวฬุวัน นอกจากจะอยู่ไม่ใกล้และไกลเกินไปนักจากพระราชวังแล้ว เวฬุวันยังมีทางคมนาคมสะดวกสำหรับพสกนิกร ผู้มีความประสงค์จะเข้าไปเฝ้าและฟังธรรมจากพระพุทธองค์และพระอริยสงฆ์เหล่านั้น กลางวันผู้คนก็ไม่พลุกพล่าน ทั้งกลางคืนก็เงียบสงัดปราศจากเสียงเอะอะโวยวาย มีลมพัดเฉื่อยๆ พอเย็นสบาย ผู้คนที่จะมารบกวนใจให้เสียสมาธิก็ไม่มี จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นที่บำเพ็ญสมณธรรมของพระพุทธองค์ ผู้ดำรงอยู่ในเพศสมณวิสัย”

 
 

<< First | < Previous 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 11 Next 11 >> | Last >>
     
พัฒนาเว็บถวายวัดไทยพุทธคยา-อินเดีย โดย... พระครูธรรมธร ดร.แอ๊ว สุธมฺมปาโล