กลับไปหน้าหลัก | HOME  
หน้า ๘ | Page 8
กรุงราชคฤห์

นาลกะเดินทางมาเฝ้า

หลังจากที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมจักกัปปวัตตนสูตรโปรดปัญจวัคคีย์ได้ ๗ วัน นาลกดาบสผู้เป็นหลานชายของกาฬเทวิลดาบส เดินทางมาจากป่าหิมพานต์เข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ได้ทูลถามข้อปฏิบัติของมุนี พระพุทธองค์ได้ตรัสเรื่อง โมเนยยปฏิบัติ ๓ ประการ คือ กายโมเนยยะ วจีโมเนยยะ และมโนโมเนยยะ นาลกะเกิดความเลื่อมใส กราบทูลขอบรรพชาอุปสมบทและทูลลาพระบรมศาสดากลับเข้าป่า ตั้งใจบำเพ็ญโมเนยยะปฏิปทาทั้ง ๓ อย่างเอาจริงเอาจัง และไม่นาน ท่านก็บรรลุพระอรหัตตผล ดำรงตนอยู่ได้ ๙ เดือน ก็นิพพาน ณ ภูเขาหิงคุลิก พระพุทธองค์ทรงทราบจึงพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จไปทรงกระทำฌาปนกิจ และได้สร้างอนุสาวรีย์ครอบไว้ตรงที่ฌาปนสถานเป็นนิมิตหมาย

ยสมาณพออกบวช

ยสมาณพ เป็นบุตรของเศรษฐีแห่งเมืองพาราณสี เป็นสุขุมาลชาติ มีปราสาทเป็นที่อยู่ทั้ง ๓ ฤดู มีหมู่สตรีล้วนๆ เป็นบริวาร คอยรับใช้และประโคมดนตรีขับกล่อมอยู่เป็นประจำ

คืนวันหนึ่ง ยสมาณพนอนแต่หัวค่ำ จึงตื่นขึ้นในยามดึกสงัด แสงไฟยังส่องสว่างชัดอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ทำให้ยสมาณพมองเห็นนางบำเรอเหล่านั้นนอนหลับสนิท มีอาการพิกลพิการวิปริตไปต่างๆ นานา ปรากฏแก่สายตายสมาณพดุจอย่างซากศพที่ถูกทอดทิ้งระเนระนาด เกลื่อนกลาดอยู่ในป่าช้า จึงเปล่งอุทานขึ้นมาด้วยความสลดใจว่า “ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” ไม่มัวรั้งรอ รีบลุกจากที่นอนสวมใส่รองเท้า เดินก้าวออกไปทางประตูทิศที่จะไปสู่อิสิปตนมฤคทายวัน พร้อมกับปากก็ยังคงรำพันว่า ที่นี้วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ มิได้ขาดปาก จนใกล้สว่าง พรางได้ยินพระสุรเสียงที่โต้ตอบ ทั้งเรียกชื่อและเชิญชวนว่า “ดูกร ยสะ ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง มาเถิดยสะ นั่งลง เราจะแสดงธรรมแก่เธอ” ดีใจพลันถอดรองเท้า รีบเดินเข้าไปถวายบังคมแล้วนั่งที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

พระบรมศาสดาทรงแสดงอนุปุพพิกถาโปรดก่อน แล้วจึงทรงเทศนาสอนอริยสัจจ์ ๔ เป็นลำดับ และท่านยสะก็ได้บรรลุโสดาปัตติผลเป็นพระอริยบุคคลชั้นพระโสดาบัน และในขณะนั้น บิดาก็ตามมาได้พบและถวายบังคมพระบรมศาสดา ด้วยอำนาจอิทธาภิสังขารของ พระสุคต เศรษฐีจึงมิได้กำหนดว่า มีใครบ้างที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จึงได้แต่ตั้งใจฟังพระธรรมเทศนา ที่ชื่อว่าอนุปุพพิกถาและจตุราริยสัจจ์ อย่างตั้งใจ และในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา ท่านเศรษฐีก็ได้บรรลุโสดาปัตติผล แสดงตนเป็นอุบาสก เข้าถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ เป็นอุบาสกที่กล่าวอ้างพระรัตนตรัยเป็นคนแรกในพระพุทธศาสนา
ฝ่ายยสกุลบุตรได้สดับพระธรรมเทศนา ซึ่งพระบรมศาสดาทรงแสดงแก่เศรษฐีผู้เป็นบิดาเหมือนกับพระธรรมเทศนาที่พระองค์ทรงแสดงแก่ตน ซ้ำอีกหนึ่งหน จิตก็หลุดพ้นจากสรรพาสวะ เป็นพระอริยบุคคลคือ พระอรหันต์องค์ที่ ๗ ในพระพุทธศาสนา

พระศาสดา เมื่อทรงทราบว่า ท่านยสะเป็นพระอรหันต์ และเศรษฐีผู้บิดาเป็นพระโสดาบัน จึงทรงคลายอิทธาภิสังขาร พลันเศรษฐีผู้บิดาก็มองเห็นท่านยสะซึ่งนั่งอยู่ ณ ที่ใกล้ๆ จึงแจ้งข่าวให้ลูกชายได้ทราบว่า “มารดาปริเวทนาการถึงพ่อมาก” พระผู้มีพระภาคจึงตรัสกับเศรษฐีว่า “บัดนี้พระยสะได้เป็นพระอรหันต์ ชีวิตที่จะกลับไปครองบ้านครองเรือน จึงไม่สมควรอีกต่อไป” เศรษฐีครั้นได้ทราบจากพระทรงธรรมว่า ยสะบุตรชายได้บรรลุพระอรหัตต์ มีจิตโสมนัส ยากที่จะพรรณนา จึงกราบทูลอาราธนาพระบรมศาสดาพร้อมกับพระยสะ เป็นปัจฉาสมณะ เพื่อไปฉันภัตตาหารในนิวาสสถานของตน ครั้นทราบว่าพระพุทธองค์ทรงรับ จึงถวายบังคมลา ทำประทักษิณเบื้องขวากลับไปบ้านของตน

เมื่อเศรษฐีหลีกไป ท่านยสะกุลบุตรก็ได้ทูลขอบรรพชาและอุปสมบท พระสุคตก็ทรงประทาน เอหิภิกขุอุปสัมปทา ให้แก่ยสะ
พอรุ่งขึ้นเช้า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระยสะเป็นปัจฉาสมณะ เสด็จเข้าไปรับบิณฑบาตในบ้านท่านเศรษฐี มีมารดาและอดีตภรรยาของพระยสะ พากันมาถวายอภิวาท พระพุทธองค์ทรง ประทับบนวรปัญญัตอาสน์ ทรงตรัสเทศนาอนุปุพพีกถาและจตุราริยสัจจ์ แก่มารดาและอดีตภรรยาของพระยสะ ให้บรรลุโสดาปัตติผล ดำรงตนอยู่ในพระไตรสรณคมน์เป็นปฐมอุบาสิกาในโลกก่อนกว่าหญิงอื่น

ครั้นเสร็จภัตตกิจ พระพุทธองค์ ประทานพระธรรมเทศนายังบิดา มารดา และภรรยาเก่า ของพระยสะให้ชื่นชมโสมนัสแล้วทรงลาเสด็จกลับไปสู่วัดมฤคทายวัน
ครั้งนั้น สหายของพระยสะ ทั้ง ๒ คณะ คณะที่อยู่ในเมือง ๔ ท่าน และคณะที่ในชนบท ๕๐ ท่าน ครั้นได้ทราบว่าพระยสะออกบรรพชา จึงพากันมายังสำนักพระยสะผู้สหาย พระยสะได้นำเพื่อน ทั้งหมดนั้น เข้าไปเฝ้าพระทศพล แล้วกราบทูลนิมนต์ให้ประทานพระโอวาท พระบรมโลกนาถ จึงตรัสอนุปุพพิกถา และจตุราริยสัจจ์ ยังสหายของพระยสะเหล่านั้นให้บรรลุพระโสดาปัตติผล แล้วโปรดประทานอุปสมบทด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา ต่อมา ตรัสโอวาทานุศาสน์ให้สำเร็จพระอรหัตต์ทั้งสิ้น ๕๔ องค์ ในพรรษานั้นมีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก ๖๑ องค์

 
 

<< First | < Previous 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 9 | 10 | 11 Next 9 >> | Last >>
     
พัฒนาเว็บถวายวัดไทยพุทธคยา-อินเดีย โดย... พระครูธรรมธร ดร.แอ๊ว สุธมฺมปาโล