ทรงพบปัญจวัคคีย์
ครั้นแล้ว สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมุ่งไปยังเมืองพาราณสี ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เพื่อจะทรงพบปัญจวัคคีย์ เมื่อบรรลุถึงเขตป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็น ปัญจวัคคีย์ ซึ่งกำลังนั่งประชุมกันอยู่
ฝ่ายปัญจวัคคีย์กำลังนั่งประชุมกันอยู่ที่นั้น รำพึงรำพันถึงพระพุทธองค์ว่า จะเป็นอยู่อย่างไร เมื่อไม่ได้รับการปรนนิบัติจากพวกเรา ก็พอดีเหลือบไปมองเห็นพระพุทธองค์กำลังเสด็จมาแต่ไกล ก็ตั้งกติกาสัญญากันแต่เดี๋ยวนั้นว่า “พระสมณโคดมคลายความเพียร เวียนมาเพื่อความเป็นผู้มักมาก กำลังเดินมาหาพวกเรา พวกเราทุกคนไม่ต้องลุกยืนขึ้นต้อนรับ อย่าไหว้ อย่ากราบ อย่ารับบาตรและจีวร เพียงแต่ปูลาดอาสนะไว้ ถ้าพระองค์พอพระทัยจะประทับนั่ง ก็เชิญตามสบาย หรือจะเสด็จไปที่ใด ก็เชิญตามความปรารถนา”
แต่พอสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จมาใกล้ ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ต่างก็ลืมสัญญาที่ให้กันไว้ กลับพร้อมใจกันลุกขึ้นต้อนรับ กระทำการปรนนิบัติกับพระพุทธองค์ทุกอย่างดังที่พวกตนเคยทำมา แต่เสียอยู่อย่างเดียวที่พูดจาทักพระพุทธองค์โดยระบุพระนามและใช้คำว่า อาวุโส พระพุทธองค์จึงทรงตรัสห้ามและทรงบอกว่า พระองค์ได้ตรัสรู้อมตธรรมพร้อมที่จะนำมาสอนพวกเขาทั้งหลายให้เข้าถึงซึ่ง อมตมหาปรินิพพานนั้นได้ พระพุทธองค์ทรงตรัสบอกซ้ำย้ำคำพูดเช่นนั้นถึง ๒-๓ ครั้ง เหล่าปัญจวัคคีย์ก็ยังไม่ยอมเชื่อฟัง ครั้นพระพุทธองค์ตรัสเตือนสติว่า “ท่านทั้งหลายจำได้ไหมว่า คำพูดเช่นนั้นเราได้เคยกล่าวกับพวกท่านทั้งหลายในกาลก่อน” พวกปัญจวัคคีย์นึกขึ้นได้ว่า พระวาจาเช่นนี้ยังไม่เคยได้ยินมา จึงพร้อมใจกันเพื่อจะฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธองค์
พระอรรถกถาพรรณนาว่า รุ่งขึ้นเป็นวันอาสาฬหปุณณมี เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดง ธรรมจัก-กัปปวัตนสูตร ซึ่งเป็นพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกโปรดแด่ปัญจวัคคีย์พอจบลง ปรากฏว่า ท่าน โกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม อันปราศจากธุลีและมลทินโทษว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้น สิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ก็มีความดับไปเป็นธรรมดา”
พระพุทธองค์ได้ทรงทราบด้วยพุทธญาณว่า บัดนี้ท่านโกณฑัญญะได้บรรลุพระโสดาปัตติผลเป็นพระอริยบุคคลชั้นต้นและเป็นองค์แรกในพระพุทธสาวกของพระองค์ จึงทรงเปล่งพระอุทานว่า “โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอๆ” และจำเดิมแต่นั้นมาคำว่า อัญญาโกณฑัญญะ จึงเป็นชื่อของท่าน พระมหาเถระ
ท่านอัญญาโกณฑัญญะ ครั้นได้บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว จึงทูลขออุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาค และพระพุทธองค์ก็ได้ทรงประทาน เอหิภิกขุอุปสัมปทา ให้แก่ท่านอัญญาโกณฑัญญะซึ่งเป็นพระ อริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา และทรงจำพรรษา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันนั้น
ในวันต่อมา พระพุทธองค์ทรงสอนท่านทั้ง ๔ ที่เหลือนั้น ด้วยพระธรรมเทศนาต่างๆ กันตามควรแก่อัธยาศัย ปรากฏว่า ท่านวัปปะและท่านภัททิยะได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุโสดาปัตติผลเป็นพระอริยบุคคลในอันดับต่อมาและได้ทูลขอบรรพชาอุปสมบท พระสุคตก็ทรงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านทั้งสอง
ภายหลัง ท่านมหานามและท่านอัสสชิก็ได้ดวงตาเห็นธรรมเหมือนพระอริยสาวกทั้ง ๓ ข้างต้น แล้วขอบรรพชาอุปสมบท องค์พระสุคตก็ทรงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้ ตามนัยที่กล่าวมาข้างต้น
เมื่อพระปัญจวัคคีย์ มีอินทรีย์เป็นต้นแก่กล้า ควรเจริญวิปัสสนาเพื่อวิมุตติได้ ในวันแรม ๕ ค่ำ เมื่อพระบรมศาสดาตรัสพระธรรมเทศนา อนัตตลักขณสูตร จบลง พระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ องค์ ก็ได้บรรลุพระอรหัตตผล รวมมีพระอริยบุคคลเกิดขึ้นในโลกทั้งหมด ๖ องค์ คือ พระบรมศาสดา และพระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ |
|
|
|
| |
|