|
กรุงราชคฤห์ เป็นชื่อเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธตามพระบาลีเรียกว่าชื่อว่า “ราชคห์” เพราะเป็นเมืองที่เคยมีพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า มันธาตุราช และพระมหาโกวินทะปุโรหิตาจารย์ สถาปนิกใหญ่ เป็นต้น เคยปกครองสืบต่อกันมา ปัจจุบันชาวมหาภารต (อินเดีย) เรียกชื่อเพี้ยนไปว่า “ราชคีย์” แต่คนไทยสมัยนี้นิยมเรียกชื่อเป็นสำเนียงภาษาสันสกฤตว่า “ราชคฤห์” พระราชสถานที่ประทับของพระราชา
ในอรรถกถาวิมานวัตถุ เรียกชื่อพระนครแห่งนี้ว่า “คิริพชะนคร” เพราะตั้งอยู่ในท่ามกลางภูเขาทั้ง ๕ ลูก คือ อิสิคิลิ เวปุลละ เวภาระ บัณฑวะ และคิชฌกูฏ
ดังนั้น จินตกวีผู้ประพันธ์วรรณคดีเรื่อง กามนิตวาสิฏฐี จึงขนานนามพระนครแห่งนี้เสียใหม่ว่า “เมืองเบญจคีรีนคร”๓ พระนครที่มีภูเขาทั้ง ๕ ตั้งเป็นกำแพงล้อมรอบ
แต่ปัจจุบันภูเขาทั้ง ๕ ลูก บางลูกได้ถูกเปลี่ยนชื่อไป เช่น ภูเขาอิสิคิลิ และปัณฑวะ ซึ่งอยู่ทางประตูด้านใต้ของตัวเมือง คือ อิสิคิลิ ซึ่งตั้งอยู่ทางซ้ายมือไปเป็น โสนา ปัณฑวะ ซึ่งอยู่ทางด้านขวา ปัจจุบันเรียกชื่อว่า อุทัย ภูเขาคิชฌกูฏ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตัวเมืองได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่กลายไปเป็นภูเขา ๓ ยอดคือยอดแรก ชื่อภูเขา รัตนคิรี ถัดไปภูเขา ฉัฏฐา ถัดไปยอดสุดท้าย ชื่อภูเขา เศละ
ส่วนภูเขาที่ยังคงรักษาชื่อเดิมไว้ได้จนถึงปัจจุบันนี้ คือภูเขาเวภาระ และภูเขาเวปุละ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงกันข้ามกัน ทางประตูด้านเหนือของเมืองราชคฤห์
ดังนั้น ปัจจุบันประชาชนชาวภารตทั่วไป จึงพากันเรียกชื่ออย่างสมัยใหม่ว่า เวภาระ วิปุละ รัตนะ ฉัฏฐา เสละ อุทัย และโสนา รวมเป็นชื่อภูเขา ๗ ยอด และเพื่อให้จำได้ง่าย และให้สอดคล้องกับปัจจุบัน จึงขอตั้งชื่อเมืองเสียใหม่ว่า “สัตตคิรีนคร” พระนครที่มีภูเขา ๗ ยอดแวดล้อม
อนึ่ง เพื่อความสะดวกในการกำหนดชื่อภูเขาต่าง ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ถ้าท่านเดินทางเข้าเมืองทางทิศใต้ ทางด้านซ้ายมือของท่านคือ ภูเขาโสนา (อดีตคือภูเขาอิสิคิลิ) ทางด้านขวาคือภูเขาอุทัย (อดีตคือภูเขาปัณฑวะ) ส่วนทางด้านตะวันออกของตัวเมืองคือภูเขา รัตนะคีรี ฉัฏฐา (คิชฌกูฏในอดีต) และ เศละ ส่วนทางด้านทิศเหนือของประตูเมืองด้านซ้ายคือภูเขาเวภาระ ส่วนด้านขวามือคือภูเขาวิปุละ
|